This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

6/04/2560

เช็คแบตกันหน่อย


การทดสอบแบตเตอรี่และแรงดันไฟฟ้าของรถยนต์นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็นประจำไม่ใช่เฉพาะแค่ตอนที่แรงดันไฟฟ้าอ่อนเท่านั้นจึงจะหันมาสนใจแบตเตอรี่ แต่คนใช้รถส่วนใหญ่รวมทั้งผมด้วยไม่ค่อยได้สนใจอะไรหรอกครับ ทุกวันก็แค่เช็คว่าน้ำมันมีพอหรือเปล่าแค่นั้น(พูดจริงนะ) วันนี้จึงเลือกเขียนหัวข้อนี้เพื่อเตือนตนเองและคนอื่นๆให้หันมาสนใจเรื่องไฟบ้าง เพราะคนเราถ้าไม่มีไฟแล้วก็คงทำอะไรไม่ค่อยต่อเนื่อง ทำอะไรก็สะดุดบ่อย แต่ก็ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมเองไม่ได้รู้มากและไม่ได้เชี่ยวชาญถึงขนาดจะช่วยเหลือคนอื่นได้หรอกแค่ไว้ช่วยเหลือตัวเองเท่านั้น แต่ถ้าผู้อ่านมีอะไรแนะนำก็ผ่านมาได้ทางอีเมลได้เลยครับ

ปกติแล้วเมื่อจะออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระข้างนอก สิ่งแรกที่สร้างความวุ่นวายลำดับแรกคือ กุญแจรถอยู่ไหน หายังไงก็ไม่เจอ พอเจอกุญแจรถแล้วก็ออกจากบ้าน พอจะล็อคประตูบ้านก็ต้องหากุญแจบ้านอีกประมาณ 5 นาที หลังจากเข้ารถบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว เครื่องสตาร์ทไม่ติด ได้ยินแค่เสียง แท๊ก แท็ก มาจากด้านหน้ากระโปรงรถ เหตุการณ์นี้สร้างความปวดหัวมากกว่าลืมกุญแจหลายเท่าตัวครับ ดังนั้น ประการแรกของการเดินทางวันนี้ เรามาดูแบตเตอรี่หน้ากระโปรงรถสักนิดนึง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญาเกี่ยวกับแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ในรถยนต์ทำหน้าที่ป้อนกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ต่างๆของเครื่องยนต์ให้ทำงาน เช่น มอเตอร์สตาร์ท ระบบจุดระเบิด การป้อนพลังงานให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆในรถยนต์ เช่น วิทยุ ไฟส่องสว่าง และ มอเตอร์ใบปัดน้ำฝน เป็นต้น แบตเตอรี่เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง และเมื่อไดร์ชาร์จซึ่งเป็นอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าผลิตไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราใช้งานไฟฟ้าในรถยนต์หลายอย่างพร้อมกัน เช่น เปิดไฟส่องสว่าง เทป ฯลฯ ระบบก็จะดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้ และเมื่อไดร์ชาร์จทำงานได้ดีขึ้น สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้นก็จะส่งพลังงานไฟฟ้านั้นส่งกลับไปเก็บในแบตเตอรี่จนกว่าจะเต็ม และหน้าที่สำคัญของแบตเตอรี่ในรถยนต์ของเราก็คือ การจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่มอเตอร์สตาร์ท และระบบต่างๆของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ถูกสตาร์ทติดแล้ว ไดร์ชาร์จก็จะนำประจุไฟฟ้าเพิ่มเข้าสู่แบตเตอรี่ การทำงานของระบบเหล่านี้ก็จะหมุนเวียนไปตามอายุการใช้งานของมัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้อุปกรณ์ต่างของรถยนต์ทำงานได้อย่างปกติจึงเป็นหน้าที่ของเราในการตรวจสอบอุปกรณ์เหล่านั้นบ้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ส่วนประกอบของระบบจุดระเบิด
สาเหตุที่แบตเตอรี่ใช้ไม่ได้หรือแบตเสื่อม ก็เนื่องจากเก็บไฟฟ้าไม่อยู่หรือหมดอายุการใช้งาน และเกิดจากไดร์ชาร์จทำงานผิดปกติซึ่งไม่สามารถประจุกระแสไฟฟ้าให้แบตเตอรี่น้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน
การวัดค่าความถ่วงเฉพาะของไฟฟ้า
การตรวจสภาพของแบตเตอรี่ด้วยตนเองหรือให้ช่างในร้านทำให้ก็ได้ครับ ซึ่งการเช็คแบตฯทำง่ายๆดังนี้
1. การเสียบกุญแจและลองสตาร์ทเครื่องดู
2. ปิดกุญแจ แล้วเปิดฝาครอบขั้วแบตเตอรี่ออก(อย่างระมัดระวัง)ดูว่าที่ขั้วแบตสกปรก มีสนิม หรือคราบขี้เกลือหรือไม่
3. การวัดค่าไฟฟ้าด้วยเกย์วัดโวลต์ไฟฟ้า (Voltmeter ) 

หากแบตเตอรี่ของคุณอยู่ในสภาพดี แรงดันไฟฟ้าควรจะอยู่ระหว่าง 12.4 และ 12.7 โวลต์ หากค่าที่วัดได้ต่ำกว่า 12.4 โวลท์หมายความว่าแบตเตอรี่ของคุณจำเป็นต้องชาร์จใหม่ และหากพบว่าต่ำกว่า 12.2 โวลต์ "ชาร์จประจุ" แบตเตอรี่ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ช้า จากนั้นตรวจสอบอีกครั้ง

ถ้าการอ่านเกิน 12.9 โวลท์แสดงว่าแบตคุณมีแรงดันไฟฟ้ามากเกินไป  แรงดันไฟฟ้าเกินอาจบ่งชี้ว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับมีมากกว่าการชาร์จแบตเตอรี่

ที่กล่าวมาเป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้น ต้องการรู้มากกว่านี้ก็ลองติดต่อศูนย์บริการแบตเตอรี่ใกล้บ้านกันดูครับ


ประเภทของแบตเตอรี่รถยนต์


รถทุกคันต้องใช้แบตเตอรี่เพื่อเป็นที่เก็บไฟฟ้าสำรองในการสตาร์ทเครื่องยนต์และใช้ในการเปิดระบบไฟฟ้าต่างๆในรถยนต์ วิทยุ กล่องควบคุม ฯลฯ แต่แบตเตอรี่ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีกี่แบบ ซึ่งขออธิบายย่อๆดังนี้

แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีใช้กันอยู่ทุกวันนี้มี 3 แบบ เท่าที่รู้จักนะครับ คือแบตเตอรี่แห้ง แบตเตอรี่กึ่งแห้งและแบตเตอรี่เปียก(แบบใช้น้ำกลั่น)

1. แบตเตอรี่แห้ง ในต่างประเทศใช้เจลหรือซิลิโคนแทนน้ำกรด ส่วนบ้าน้รานั้นยังคงใช้แบตแบบแห้งที่มีน้ำกรดบรรจุอยู่ในแบตเตอรี่แต่จะถูกซีลปิดไว้โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นแต่อย่างใด ข้อดี คือไม่วุ่นวายกับการเฝ้าเช็คน้ำกลั่นในหม้อแบต ส่วนข้อเสียคือ อายุการใช้งานต่ำและราคาแพงนิดนึง มีอายุการใช้งานโดยประมาณ 5-10 ปี แบตเตอรี่แบบนี้ไม่มีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น หรือไม่ก็ถูกซีลทับฝาไปเลย แต่จะมีตาแมวไว้สำหรับไว้คอยตรวจเช็คระดับน้ำกรด และ ระดับไฟชาร์จ

2. แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง ถูกออกแบบมาให้สูญเสียน้ำกลั่นน้อยลง โดยการผสมแผ่นธาตุ ผสมแคลเซี่ยม เพราะจะทำให้การระเหยของไอกรดค่อนข้างต่ำ ข้อดี ตรวจเช็กแค่ปีละครั้ง ราคาไม่แพง






3. แบตเตอรี่แบบเปียก ส่วนใหญ่จะยังมีใช้อยู่ในรถกระบะและรถเก๋งรุ่นเก่า เหมาะกับการใช้งานประจำวัน และต้องเปิดฝาจุกสังเกตปริมาณน้ำกลั่นบ่อยๆ ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ข้อดีคือ ถูกกว่า 2 แบบที่กล่าวมา และมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความขยันตรวจเช็กของเจ้าของรถ



ส่วนจะเลือกใช้แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับงบและประเภทการใช้งานครับ หรือ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้แบตเตอรี่แบบไหนดีลองปรึกษาร้านใกล้บ้านดูครับ หรือ ติดต่อศูนย์แบตเตอรี่ที่คุณไว้วางใจ

6/03/2560

รถกระบะและมาตรา 44



เป็นประเด็นร้อนในสังคมโซเชียลที่ประชาชนมากมายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐที่แย้มระเบียบเกี่ยวกับการใช้รถกระบะ โดยผมเองในฐานะประชาชนคนท้องถิ่นชนบทก็รู้สึกตกใจกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะผมนั่งท้ายกระบะมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะไปงานแต่ง งานสำคัญต่างๆทั้งในและต่างจังหวัดก็ใช้รถกระบะนี่แหละครับ แต่ก็เคยเห็นสภาพน่ากลัวของอุบัติเหตุที่เคยเกิดกับรถกระบะมาหลายเคสเหมือนกันที่สร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน แต่เมื่อติดตามที่มาที่ไปของเรื่องนี้ก็มีเหตุผลหลายอย่างที่พอจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
  
  คำถามมากมาย เช่น เราจะนั่งท้ายกระบะหรือนั่งแคปได้ไหม? จากคำถามนี้จึงพอจะอธิบายที่มาของประเด็นนี้ได้ว่า ม.44 ได้กำหนดเรื่องการนั่งท้ายกระบะดังมีข้อสรุปดังนี้ 
  ผู้ที่มีรถกระบะใช้อยู่แล้วไม่ต้องไปจดทะเบียนใหม่เพื่อการโดยสารและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดของารบังคับใช้นั้นเริ่มใช้มาตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและปรับตัวซึ่งรายละเอียดต่างที่เราต้องรู้คือ
1. เราสามารถนั่งในแคปของรถกระบะได้แต่ต้องมีการติดตั้งสายเข็มขัดนิรภัยเพิ่มอีก 2 หรือ 3 ที่นั่ง
2. การนั่งท้ายกระบะอนุญาตให้นั่งได้ไม่เกิน 6 คน และควรมีที่ให้ผู้โดยสารท้ายกระบะมีที่ยึดจับด้วยเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่นั่งท้ายกระบะ
3. ต้องจำกัดความเร็วรถไม่เกิน 80 ก.ม./ช.ม. และห้ามนั่งขอบกระบะ

ทั้ง 3 มาตรการทางกฏหมายที่กล่าวมาข้างต้นนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่นั่งแคปและกระบะหลัง ผมเองเคยนั่งท้ายกระบะหลังในขณะที่ความเร็วรถเร็วมากเพราะเป็นการวิ่งทางไกล เร็วประมาณ 120-130 ก.ม./ช.ม. ตอนนั้นจำได้ว่าผมกับเพื่อนนั่งท้ายกระบะด้วยกันแค่ 3 คนแต่ด้วยความเร็วรถที่เร็วมากผมและเพื่อนจึงต้องใช้วิธีการนอนราบกับพื้นกระบะและเอาเสื้อแขนยาวมัดไว้กับช่องยึดของกระบะหลัง ยอมรับว่าคนนั่งข้างหน้าและคนขับอาจไม่รู้สึกอะไรแต่สำหรับคนนั่งท้ายกระบะแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองจะโดนเหวี่ยงทิ้งหรือลอยออกจากกระบะเมื่อไหร่ก็ได้ ขอขอบคุณรัฐบาลที่มีมาตรการนี้ครับ

  ภาพที่ผมเห็นจนชินตาทุกวันนี้คือภาพรถบรรทุกแรงงานต่างด้าว ที่มีทั้งยืนและนั่งโดยไม่มีที่ให้ยึดจับ มันอันตรายมากครับ อยากให้เจ้าหน้าที่กวดขันตรงจุดนี้ด้วย

  ในที่สุดหลังจากที่วิพากษ์วิจารณ์กันมานานเราก็ได้ข้อสรุปที่ทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์จากการใช้รถกระบะและสามารถป้องกันอันตรายได้ในระดับหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าไม่มีมาตรการการอะไรเลย จริงไหมครับ

5/03/2560

จักรพรรณเซ็นเตอร์

แนะนำบริการเด่น จ.ตรัง และจ.สตูล
เลือกน้ำมันเครื่องอย่างไร,Amco,Amone
บริการในจังหวัดตรัง,จักรพรรณ
ติดต่อสอบถามบริการผ่านเฟสบุ๊ก จักรพรรณเซ็นเตอร์